เชื่อว่ากว่าครึ่งของหนังมะกันที่เกี่ยวกับตำรวจต้องเกิดขึ้นที่นิวยอร์คซิตี้
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าอย่าง NYPD Blue หรือฮิตใหม่มาแรงอย่าง CSI: NY
ตำรวจในหนังเหล่านี้เท่มาก ผู้ร้ายก่อเหตุแป๊บเดียว ก็จัดการได้หมด
จากการใช้เวลาไปกับการดูหนังมากเกินไปมาตั้งแต่เด็กๆ
ทำให้ปักใจเชื่อว่าตำรวจเมกาคงจะแอ๊ดวานซ์มากจริงๆ ก็มันเมกานี่หว่า
แต่เมื่อต้นเดือนดันมีโอกาสเกือบโดนตำรวจจับเข้าจริงๆ
!!!
เรื่องราวความเบ๊อะของเรามันก็มีอยู่ว่า..
วันนั้นมันเป็นวันแรกที่เรากลับที่ซุกหัวนอนแล้วไม่มีใครอยู่เลย
แต่เจ้าของบ้านเขาก็ได้บอกรหัสปิดสัญญาณกันขโมยไว้แล้ว
เราก็จดไว้อย่างดี และกดปิดถูกด้วยแน่ะ
ใช้สัญญาณกันขโมยครั้งแรกในชีวิตเลยนะนั่น!
แต่ช้าก่อน! ไหงมันดับไปแล้วมันดังขึ้นมาอีกฟะ?
ตายห่านล่ะ! ทีนี้ก็ลุกลี้ลุกลนรัวๆๆรหัส แต่ก็ไม่ดับซะที
จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง พระเจ้าคงทนเห็นความโง่ของเราไม่ไหว
จึงประทานพรให้เราเหลือบไปเป็นว่า มันต้องกดรหัส ตามด้วย OFF
เห็นดังนั้นก็โล่งจิต กดรหัส ปิ๊ดๆๆ แล้วก็ OFF เรียบร้อย สัญญาณปิด
ตอนนั้นคิดว่า ในเมื่อมันปิดไปแล้ว ก็ช่างมันเหอะ
จากนั้นเราก็ไปเข้าห้องน้ำ เก็บของ หาของกิน นอนผึ่งพุงบนโซฟา
แบบสบายอารมณ์สุดๆ ใช้เวลานานซักกว่า 20 นาทีแน่ะมั้ง
ซักพักมีเสียงหวอ (หวอที่นั่นเสียงเหมือนชะนี)
แต่ก็ยังไม่สำนึก เพราะหวอมันดังเกือบตลอดเวลา
ก็นิวหยอกนี่นะ ย่อมต้องมีสัตว์ประหลาดบุกเมืองตลอดพอๆกับต๊อกโย
แต่อ้าว.. ไหงรถตำรวจมาจอดหน้าที่ซุกหัวนอนตูล่ะ
แล้วตำรวจ 2 นายก็ลงมา เคาะประตูบ้าน ตึ่ง.. ตึ่ง.. ตึ่ง..
(เวอร์ชั่นแปลแล้ว)
ตำรวจ1: คุณรู้รึเปล่าว่าสัญญาณกันขโมยมันดัง
เรา: ฮ่ะ รู้ฮ่ะ พอดีเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย
ตำรวจ1: คุณอยู่ที่นี่รึเปล่า
เรา: อยู่ฮ่ะ
ตำรวจ1: งั้น.. ขอดูบัตรประจำตัวหน่อย
เรา: อ้อ มีแต่พาสปอร์ตฮ่ะ เพราะแค่มาเที่ยวเฉยๆ
ตำรวจ1: ได้ๆ นั่นแหล่ะ
ตำรวจ2: บัตรประจำตัวน่ะ (เอ๊ะ ไอ้นี่มันยังไง อีกคนเขาก็บอกว่าพาสปอร์ตก็ได้ไง)
เรา: รอแป๊บนะฮ๊า
จากนั้นเราก็จรลีไปที่บันไดในบัดดล
ตำรวจ(ไม่รู้คนไหน): เฮ้ย ไม่ต้องแล้ว ช่างมันเถอะ
ปั้ง!!!
.
.
.
ป่าว ไม่ได้ถูกยิง เขาปิดประตูบ้านให้ต่างหาก
เอิ่ม.. คุณตำหนวดฮะ
คือจะบอกว่า ถ้าเดี๊ยนเป็นโจรจริงๆเนี่ย เดี๊ยนโกยไปได้ทั้งหลังแล้วมั้งฮะ
มาก็ช้ามากแล้วอ่ะนะ
คือก็ไม่ได้อยากอยู่คุยกับตำรวจนานๆหรอกนะ
แล้วก็เข้าใจด้วยว่าสถานีมันไม่ได้มีทุกหัวถนน
แต่ทุกๆวันมันก็จะมีรถตำหนวดขับไปขับมา (Patrol) อยู่แล้วนี่
ช่วยมาเร็วกว่านี้ได้มั้ยล่ะ (จะได้มาช่วยตูปิดสัญญาณไง = =")
โอย.. ผิดอิมเมจที่คาดคิดไว้อย่างมาก
แต่ก็ดีแล้วล่ะ ที่กลับไปเร็วๆน่ะ ไม่อยากให้ดูเป็นเรื่องใหญ่อยู่แล้ว
แต่โดยส่วนใหญ่แล้วตำรวจเมกันจะเป็นไง เราก็ไม่รู้หรอก
เพราะไม่ใช่นักเรียนนอก แต่เป็นแค่คนเปลี่ยวแบกเป้เที่ยวเฉยๆ
แต่ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจทุกห้องจริงๆ
จบ
เรื่องจริงเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า:
1. ควรศึกษาวิธีการเปิดและปิดสัญญาณกันขโมยให้ถ่องแท้ก่อนใช้
2. ตำหนวดลาดตระเวนมี 2 คน คนหนึ่งมีหน้าที่พูด อีกคนหนึ่งมีหน้าที่ยืนเป็นเพื่อน
3. ไหนๆถ้าคิดจะทำเท่บินเดี่ยวเที่ยวแบ๊คแพ๊คแล้ว อย่าเบ๊อะเหมือนเรานะ เอิ้กๆๆ
--
ป.ล. จริงๆยังมีเรื่องกับตำหนวดคนอื่นอีก
ให้ตายสิโรบิ้น! หน้าฉันเหมือนโจรเรอะ
(โรบิ้น: เหมือน)
edit @ 29 Apr 2008 23:33:59 by || เจ้าป้า ชะลาล่า ||